Thai Teachers TV Blog | สมัครสมาชิก | ติดต่อโทรทัศน์ครู
ครูบูช
ปฏิทิน
<< มีนาคม 2557>>
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
2324252627281
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
303112345
เรื่องล่าสุด
 
การเปลี่ยนแปลงก้าวที่ 3 ของเด็กวัยเรียน
วันที่ 20 มีนาคม 2557
โดย ครูบูช

ก้าวแรกของเรียนจากวัยทารกสู่การเรียนรู้ในระดับปฐมวัย สู่ก้าวที่ 2 ของการเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่  1 – 3 และนี่เป็นอีกก้าวหนึ่งของการส่งต่อและการพัฒนาทุกด้านในวัยเรียนของเด็กวัยประถมศึกษา ขอเรียกวัยนี้ว่า วัยช่วงก้าวเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น ก็คือเด็กตั้งแต่ อายุ 9 ปี จนถึง 12 ปี ก็หมายถึงเด็กที่กำลังเรียนหรือก้าวสู่ในระดับ ป. 4 จนถึง ป.6 ซึ่งผู้ปกครองควรจะต้องใส่ใจเด็กดังนี้
 1. เด็กจะไม่ต้องการ การเอาใจใส่จากพ่อแม่ แต่บางครั้งก็มีความรู้สึกเหงา ต้องมีเวลาให้เด็กทันทีที่ร้องขอ

 2. รู้จักนิสัยเพื่อนของลูกไว้บ้าง เพื่อจะได้ช่วยแก้ไขปัญหาได้เมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ
 3. ให้โอกาสและสถานที่ เมื่อเขาอยากอยู่คนเดียว แต่ควรอยู่ในบริเวณที่เราสามารถมองเห็นเขาได้
 4. ให้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ บ้าง เพราะเป็นการฝึกทักษะสังคมอย่างหนึ่ง
 5. ให้ลูกให้ความช่วยเหลือเด็กที่เล็กกว่า เพื่อเป็นการฝึกทักษะทางด้านความมีน้ำใจช่วยเหลือสังคมอย่างหนึ่ง
 6. ให้เล่นเกมส์ ที่ต้องใช้กลยุทธ์ เช่น หมากล้อม, หมากรุก เพื่อสร้างสมาธิ และทักษะทางด้านความคิด
 7. ให้รับประทานอาหารที่เพียงพอ เพราะวัยนี้ต้องการอาหารมากกว่าปกติ ด้วยพลัง และการใช้พลังของเขาที่มากขึ้น
 8. ให้ช่วยเหลืองานบ้านบ้าง โดยระบุไว้เป็นหน้าที่ เพื่อฝึกความรับผิดชอบของตนเอง
 9. ให้รับผิดชอบกิจวัตรประจำวันของตนเอง เช่นการกิน, การนอน, การอาบน้ำ,การทำการบ้าน, การจัดเก็บห้องของตนเอง การเก็บของเข้าที่ ช่วยเหลืองานของพ่อแม่ ตามวัย เช่นการเก็บล้างจาน, ช่วยขายของ

ความสามรถที่มีมากขึ้นในเด็กวัย 9 – 12 ปี นี้ คือ 
         เด็กวัยนี้จะสามารถประเมินปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในลักษณะที่ปะทะกัน หรือหนีไม่สู้หน้ากัน โดยรู้หนทางที่จะจัดการกับตนเองเมื่ออยู่ในภาวะความขัดแย้ง 
และเลือกหาทางที่จะทำให้เกิดความยุติธรรมกับทุกคน ซึ่งมิใช่เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของตนฝ่ายเดียว โดยประเมินความต้องการของตนเองและของผู้อื่นโดยอาศัยมาตรฐานของความยุติธรรม และจะสามารถแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่ชนะ กับสิ่งที่จะต้องมีการชนะ และแพ้กัน ด้วยการทำข้อตกลงได้อย่างชัดเจนโดยวีการกำหนดว่าใครอะไรเมื่อไรและอย่างไร เป็นขั้นตอนมากขึ้น 

           ซึ่งในช่วงอายุ  9 -12 ปี นี้  ปัจจุบันการเข้าสู่วัยรุ่นจะเร็วกว่าสมัยก่อนทั้งจากอาหาร, สิ่งแวดล้อม, กระแสสังคมซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางอารมณ์,ร่างกาย, สังคม, พฤติกรรม  เมื่อถึงเวลาเริ่มเปลี่ยนเป็นวัยรุ่นจะมีข้อที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ครู  มีความกังวลมาก ๆ ก็คือ
    1. การเชื่อฟังผู้ใหญ่จะน้อยลง แต่จะเชื่อเพื่อนหรือคนวัยเดียวกันมากขึ้นเพราะฉะนั้น  การจะปลูกฝังค่านิยมคุณธรรม  ความรักความอบอุ่น คำสั่งสอนต่าง ๆ ที่จะให้เขาทำตามพ่อแม่ต้องสอนตั้งแต่เล็ก ๆ จนถึงก่อนวัยรุ่น  ที่สำคัญคือ ความรักที่ผู้ใหญ่ให้เด็ก  โดยต้องไม่ลำเอียงมีความยุติธรรม ไม่ว่าลูก(ศิษย์)จะเก่ง,สวย,หล่อหน้าตาดีหรือมีความสามารถมากหรือไม่ก็ตาม  และมีความรัก การเอาใจใส่  ดูแลพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ     อย่ามุ่งแต่ทำงานหาเงินมากมาย(หรือไม่มากก็ตาม)  แต่ต้องมีเวลาถามความรู้สึก  ความในใจที่เขาอยากจะคุยและบอกพ่อแม่ก่อนที่ลูกจะทำอะไรจนสายเกินแก้  บางครั้งเงินมาก ๆ ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเด็กได้  อย่าจู้จี้หรือพูด  (บ่น)ในเรื่องที่เคยพูดไปแล้วบ่อยเกินไป อย่าเป็นคนดุมากเกินไป  แต่ควรพูดให้เขาคิดว่าเขาสมารถจะรับผิดชอบเรื่องใดได้และต้องทำตามที่ตกลงกันให้แน่นอน แม่จะได้ไม่บ่นมาก  เป็นเพื่อนเล่น  ทำกิจกรรมกับเขา       พร้อมพูดคุยซักถามปัญหา  ความรู้สึก ความต้องการของเขาโดยอ้อม
    2. อารมณ์จะขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวชอบเดี๋ยวไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างและการกระทำฉุนเฉียว  ขี้หงุดหงิกได้ง่าย   ( เพราะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย )     จะไม่ชอบให้พ่อแม่กอด , หอม (แต่กับเพื่อนเพศเดียวกันกอดคอ , แตะตัวไม่เป็นไร)
    3. ชอบลอง ,ชอบเด่น , ชอบโชว์ , ชอบสิ่งท้าทาย อาจต่อต้านพ่อแม่
    4. ยังขาดวิจารณญาณ พบเห็นสิ่งใดจะรับข้อมูลไว้หมด  แต่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด เชื่อถือไม่ได้  เป็นจริงแค่ไหน
    5. การเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นในด้านพฤติกรรม จะขึ้นกับสภาพแวดล้อม , สังคม กลุ่มเพื่อนๆ ที่เขาสัมผัสอยู่ เช่นในสังคมโรงเรียนนานาชาติจะโตวัย (อาจจะถึงแก่แดด?) แต่ในสังคมโรงเรียนไทยจะช้ากว่า  และเด็กจะเอาตัวอย่างที่ได้พบเห็นสัมผัสมาประกอบเป็นพฤติกรรมของตนเอง  เพราะฉะนั้นเราต้องรู้นิสัย  และพื้นเพ เพื่อนๆของลูกด้วย  ที่สำคัญความผูกพันใกล้ชิด ,การเปิดใจของพ่อแม่ที่มีให้เด็กเป็นเกราะสำคัญต่อเขาที่จะทำให้เด็กไม่ทำอะไรผิดพลาดได้ระดับหนึ่ง
    6. พฤติกรรมชอบแยกตัว ชอบเป็นส่วนตัว ,ชอบอิสระ  แต่ยังต้องการความรักความอบอุ่น  ไม่ชอบให้กอดหอม รู้สึกรำคาญ  ตรงข้ามกับวัยเด็กเขาต้องการ การกอด ,หอม

           เมื่อรู้การเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น ผู้ใหญ่ก็ต้องปรับตัว  และคอยดูแลห่างๆ อย่าปล่อยปละละเลย  หรือเข้มงวดเกินไป  มีเวลาให้เขาเสมอเมื่อเขาต้องการ    คอยถามความรู้สึก  ละความต้องการของเด็ก และคอยสังเกตพฤติกรรมสม่ำเสมอ   จะเป็นเกราะป้องกันเด็กๆ จากอันตรายได้ระดับหนึ่ง
          ในระยะวัยรุ่นตอนต้นนี้ เด็กจะยังคบเพื่อนคลุกคลีสนิทสนม อยู่ในกลุ่มเพศเดียวกัน การมีเพื่อนสนิทหรือเพื่อนคู่หูในวัยนี้ เป็นลักษณะสำคัญและจำเป็น ทำให้วัยรุ่นเรียนรู้บทบาทและกฎเกณฑ์ของสังคม อันเป็นรากฐานของมนุษยสัมพันธ์ที่จะรู้จักผูกพันใกล้ชิดกับเพื่อนต่อไปได้ และทำให้สร้างสัมพันธ์คบกันอย่างดีต่อไปเมื่อผู้ใหญ่ แต่ถึงกระนั้น วัยรุ่นช่วงนี้ยังมีลักษณะของเด็กอยู่ คือ ยังเอาแต่ใจตนเองบ้าง ยึดความคิดและเอาตนเป็นศูนย์กลาง แต่จะค่อยๆ ปรับเป็นการรู้จัก เอาใจเขามาใส่ใจเรา ได้เพิ่มขึ้น ลดการเอาแต่ใจของตนเองลง  มีความรู้สึกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้นและทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เป็นลักษณะที่จะนำไปสู่การบรรลุภาวะทางอารมณ์ได้

          ชายหรือหญิงต่างก็สามารถมีเพื่อนเพศเดียวกันไว้คอยปรับทุกข์ กลุ่มชายอายุน้อยที่คบเพื่อนสูงอายุจะได้ความรู้มาก เช่น สังคมกับเพื่อนที่อายุมากกว่าถึง 20ปีก็ได้ ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเขามีประสบการณ์ จากการแนะนำและชี้ช่องทางหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ จากเพื่อนรุ่นพี่ รุ่นอา รุ่นพ่อก็มี หญิงก็เช่นกัน บางคนชอบกรี๊ดกร๊าดกับวัยเดียวกัน บางคนจะชอบเสวนากับเพื่อนหญิงรุ่นพี่ เพราะชอบเรียนรู้ประสบการณ์ที่มากกว่า

          เพื่อนรักต่างเพศนี้จะมีความสัมพันธ์ฉันเพื่อนแม้จะต่างวัย ก็เป็นเพื่อนที่ระบายความทุกข์ให้กันและกันอย่างสนิทใจ โดยไม่ต้องปิดบังลักษณะทางสังคมบางอย่างที่ไม่เหมาะสม ไม่ต้องระมัดระวังตัวอย่างคู่รัก ไปเที่ยวไหนก็ไปแบบอิสระใจ เช่น ขณะไปกับเพื่อนเพศเดียวกัน

          ดังนั้นการปรับพื้นฐาน การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อต้องเจอสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ครู ใหม่ๆ และเพื่อนที่ไม่ได้คลุกคลีกันมา ทำให้เกิดความคุ้นเคยได้เร็วขึ้น ซึ่งส่งผลให้กับการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในอนาคต

 


                                                                                     ครูบูช



แสดงความคิดเห็น

* กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น *